Skip to content
Tayakorn
· ai-dev

AI สี่ตัวไม่ชนกันเพราะกติกา ไม่ใช่เพราะฉลาด

รัน Claude Code สี่สายพร้อมกันบนโปรเจกต์เดียวแล้วรอด — สิ่งที่ทำให้รอดคือกติกาแบบเดียวกับที่ใช้กับทีมคน ไม่ใช่ความฉลาดของโมเดล

ตอนนี้มี Claude Code สี่ตัวทำงานให้ผมพร้อมกัน ตัวหนึ่งย้ายเว็บทั้งไซต์ขึ้นเฟรมเวิร์กเวอร์ชันใหม่ ตัวหนึ่งเขียน essay (ชิ้นที่คุณอ่านอยู่นี่แหละ) ตัวหนึ่งดูแลงานหลังบ้านอย่างโดเมนกับระบบอีเมล อีกตัวร่างเอกสารช่วยตัดสินใจ ทุกตัววิ่งพร้อมกันบนเครื่องเดียว โปรเจกต์เดียวกัน และไม่เหยียบเท้ากันเลย

ภาพนี้เป็นไปได้ไม่ใช่เพราะ AI ฉลาดขึ้น แต่เพราะกติกาไม่กี่ข้อที่ผมเขียนไว้ก่อนปล่อยพวกมันออกวิ่ง — กติกาแบบเดียวกับที่ทีมคนต้องมี

งานที่ไม่เกี่ยวกัน ไม่ควรต้องต่อแถว

จุดเริ่มคือคิวงาน ผมอยากอัปเกรดเฟรมเวิร์ก อยากเขียนบทความ อยากผูกโดเมน อยากได้เอกสารเปรียบเทียบทางเลือกก่อนตัดสินใจเรื่องใหญ่ งานพวกนี้ไม่เกี่ยวข้องกันเลยสักนิด

แต่พอทำกับ AI ทีละแชท มันถูกบังคับให้ต่อแถว งานชิ้นที่สามไม่ได้เริ่มจนกว่าชิ้นแรกจะจบ ทั้งที่สองชิ้นนั้นไม่มีอะไรต้องรอกัน

ผมเลยอยากรู้ว่าเพดานจริงอยู่ตรงไหน: ถ้างานมันขนานกันได้โดยธรรมชาติ คนคนเดียวจะรันมันพร้อมกันทั้งหมดได้ไหม

ความฉลาดช่วยไม่ได้ ถ้าไม่รู้ว่าอีกตัวมีอยู่

ครั้งแรกที่ลอง ผมปล่อยสองแชทลงโฟลเดอร์เดียวกัน ตัวหนึ่งทำงานจนเสร็จเรียบร้อย แล้วไฟล์หาย ข้อมูลเพี้ยน เพราะอีกตัวเขียนทับโดยไม่รู้ว่ามีใครทำงานอยู่

จุดที่น่าสนใจคือ ไม่มีตัวไหนผิด แต่ละตัวทำงานถูกต้องในโลกของตัวเอง ปัญหาคือมันมองไม่เห็นกัน

AI สองตัวในโฟลเดอร์เดียวกันไม่ใช่ทีม มันคือคนแปลกหน้าสองคนที่แก้เอกสารฉบับเดียวกันพร้อมกัน ฉลาดแค่ไหนก็ช่วยไม่ได้ เพราะสิ่งที่ขาดไม่ใช่ปัญญา แต่คือการรับรู้ว่าอีกฝ่ายมีตัวตน

กติกาแต่ละข้อคือแผลเป็นหนึ่งรอย

กติกาของผมเลยไม่ได้มาจากทฤษฎี มันมาจากรอยชน

รอยชนกติกาที่ได้มา
ชนกันที่ไฟล์แยกพื้นที่ — แต่ละสายได้สำเนาโฟลเดอร์ของตัวเองไปเลย (git เรียกว่า worktree) แก้ในเขตตัวเอง ไม่มีทางเขียนทับใครโดยบังเอิญ
ทับกันเรื่องความเป็นเจ้าของเขียนตารางว่าไฟล์กลุ่มไหนใครแตะได้ — สายเขียนบทความห้ามแตะโค้ด สายโค้ดห้ามแตะบทความ เจอบั๊กนอกเขตตัวเองให้รายงาน ห้ามลงมือแก้เอง
กลัวพังถึงคนอ่านห้ามทุกสายแตะ main ซึ่งเป็นต้นฉบับที่กลายเป็นเว็บจริงที่คุณเปิดอยู่ · การรวมงานเข้าต้นฉบับต้องผ่านมือผมเท่านั้น
AI เปิด session ใหม่คือเริ่มจากศูนย์ทุกสายเริ่มงานด้วยเอกสาร handoff ที่สรุปว่าโลกตอนนี้เป็นยังไง เขตตัวเองอยู่ตรงไหน ห้ามทำอะไร

ข้อสุดท้ายเหมือน brief พนักงานใหม่ที่เพิ่งเดินเข้าออฟฟิศทุกเช้า

สังเกตว่าไม่มีข้อไหนทำให้ AI ฉลาดขึ้นเลย ทุกข้อแค่ทำให้มันรู้ขอบเขตของตัวเอง

พอมองย้อนกลับไป นี่คือสิ่งเดียวกับที่องค์กรทำกับทีมคนมาตลอด: ขอบเขตงาน สิทธิ์เข้าถึง และเส้นทางอนุมัติ

สิ่งเดียวที่กติกาแก้ไม่ได้ คือคนเคาะ

แต่ต่อให้กติกาแน่นแค่ไหน มีเก้าอี้ตัวหนึ่งที่ว่างไม่ได้: คนเคาะ

ทุกสาย verify งานตัวเองก่อนส่ง build ต้องผ่าน ทดสอบแล้ว มี screenshot มายืนยัน แต่คนกดรวมงานเข้าต้นฉบับ คนตัดสินว่า "อันนี้ขึ้นเว็บได้" คือผมทุกครั้ง ไม่ใช่เพราะ AI ตรวจงานไม่เป็น แต่เพราะบนหน้าเว็บไม่มีชื่อมัน มีชื่อผม

AI ทำงานแทนได้เกือบทุกอย่าง ยกเว้นอย่างเดียว: รับผิดชอบแทน

จ่ายค่ากติกา หรือจ่ายค่าซ่อม

คำถามที่ตามมาแน่ ๆ คือ overhead พวกนี้คุ้มเหรอ ต้องเขียน handoff แบ่งโฟลเดอร์ ตั้งตารางความเป็นเจ้าของ ทำทีละอย่างเหมือนเดิมไม่ง่ายกว่าเหรอ

คำตอบของผมมีสองข้อ

  1. มันคุ้มเมื่องานไม่เกี่ยวกันจริงเท่านั้น งานที่พัวพันกันแตกสายไปก็ต้องหยุดรอกันกลางทางอยู่ดี อย่าฝืนแตก
  2. ต่อให้ไม่ตั้งกติกา คุณก็จ่ายอยู่ดี แค่จ่ายในรูปที่แพงกว่า คือค่าซ่อมงานที่ชนกัน ค่าตามหาไฟล์ที่หาย ค่านั่งไล่ว่าข้อมูลเพี้ยนตั้งแต่ตรงไหน

ไม่ตั้งกติกาไม่ได้แปลว่าไม่จ่าย แค่เปลี่ยนจากจ่ายค่าออกแบบ เป็นจ่ายค่าซ่อม

สี่ตัวที่วิ่งอยู่ตอนนี้เลยเป็นข้อพิสูจน์ของสมการง่าย ๆ: ความฉลาดของ AI กำหนดว่าแต่ละสายวิ่งได้เร็วแค่ไหน กติกากำหนดว่าคุณเปิดได้กี่สาย และความรับผิดชอบที่ไม่ย้ายไปไหนคือเหตุผลที่ของที่ออกมายังไว้ใจได้

อยากสเกลงานกับ AI อย่าเริ่มจากหาโมเดลที่ฉลาดกว่า เริ่มจากเขียนกติกาให้มันอยู่ร่วมกันได้ก่อน