ข้ามไปยังเนื้อหา
Tayakorn

คู่มือหุ้น — ราคา vs มูลค่า และการอ่านกิจการ

LEVEL 0 · ปูพื้น: หุ้น ราคา มูลค่า

ซื้อหุ้นคือซื้ออะไรกันแน่

ผมชอบ bitcoin แต่วันที่ลงเงินจริง สิ่งที่ผมซื้อคือหุ้น MicroStrategy (MSTR) บริษัทที่ขึ้นชื่อเรื่องถือ bitcoin มหาศาล ตรรกะตอนนั้นแน่นมากในหัวตัวเอง: ชอบ bitcoin ก็ซื้อบริษัทที่ถือ bitcoin เยอะ ๆ สิ ส่วนตัวบริษัททำธุรกิจอะไร โครงสร้างเป็นยังไง ราคาหุ้นสัมพันธ์กับ bitcoin ที่ถือแค่ไหน ผมไม่ได้เปิดดูเลยสักหน้า

ทีหลังผมถึงเปิดดู แล้วเจอสิ่งที่ควรเห็นตั้งแต่วันแรก: ราคาที่จ่ายไปแพงกว่ามูลค่า bitcoin ที่บริษัทถืออยู่จริง ผมอยากได้ bitcoin แต่สิ่งที่จ่ายคือ bitcoin บวกส่วนเพิ่มอีกก้อนที่ไม่รู้ว่ามีอยู่ ส่วนเพิ่มก้อนนั้นคือปริศนาแรกของเล่มนี้ และบทที่ 11 จะพาคุณกลับมาคำนวณมันด้วยมือตัวเอง

1.1 ความเข้าใจผิดที่ทำให้ทุกอย่างเพี้ยนตั้งแต่ต้น

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยที่สุดคือ "หุ้นคือตัวเลขที่ขึ้นลงบนจอ" ซึ่งพาไปสู่คำถามผิดตัวทันที คือ "ราคาจะไปทางไหน"

หุ้นไม่ใช่ตัวเลข หุ้นคือ หลักฐานความเป็นเจ้าของเศษเสี้ยวหนึ่งของกิจการจริง บริษัทจำกัดถูกออกแบบมาให้หั่นความเป็นเจ้าของออกเป็นชิ้นเท่า ๆ กันได้ ชิ้นละหนึ่งหุ้น ใครถือกี่ชิ้นก็เป็นเจ้าของสัดส่วนนั้นของทุกอย่างที่บริษัทมี ทั้งของที่จับต้องได้ ทั้งกำไรที่มันจะทำได้ในอนาคต และทั้งภาระที่มันแบกอยู่

ถือหุ้น CPALL หนึ่งหุ้น แปลว่าคุณเป็นเจ้าของเศษเสี้ยวของร้านเซเว่นทุกสาขา ของสินค้าในชั้นวาง ของศูนย์กระจายสินค้า และของหนี้ทุกบาทที่บริษัทกู้มา สัดส่วนเล็กจนแทบมองไม่เห็น แต่มันเป็นความเป็นเจ้าของแบบเดียวกันกับผู้ถือหุ้นรายใหญ่ทุกประการ ต่างกันแค่ขนาด

ตัวเลขบนกระดานคือป้ายราคาของสิ่งที่คุณกำลังจะซื้อ ไม่ใช่ตัวสิ่งนั้น

1.2 คำถามออกแบบ: ทำไมบริษัทถึงยอมขายเศษเสี้ยวตัวเอง

ถ้ากิจการดีจริง เจ้าของน่าจะเก็บไว้คนเดียวสิ ทำไมต้องแบ่งให้คนแปลกหน้าเป็นแสนคน คำตอบมีสามชั้นและทุกชั้นเป็นเหตุผลเชิงออกแบบล้วน ๆ

  • ได้เงินก้อนโดยไม่ต้องคืน กู้ธนาคารมาสร้างโรงงานแปลว่าต้องจ่ายดอกทุกเดือนไม่ว่าปีนั้นจะขาดทุนหรือไม่ ขายหุ้นแปลว่าได้เงินมาใช้โดยไม่มีกำหนดคืน แลกกับการยอมแบ่งกำไรอนาคตไปตลอด
  • ความรับผิดถูกจำกัด ถ้าบริษัทเจ๊ง ผู้ถือหุ้นเสียได้มากที่สุดเท่าเงินที่ลงไป เจ้าหนี้ตามยึดบ้านผู้ถือหุ้นไม่ได้ กติกาข้อนี้คือสิ่งที่ทำให้คนธรรมดากล้าเอาเงินไปร่วมทุนกับกิจการที่ไม่ได้บริหารเอง
  • มีที่ให้ขายต่อ ถ้าลงเงินแล้วถอนไม่ได้จนกว่าบริษัทจะเลิก แทบไม่มีใครกล้าลง ตลาดหลักทรัพย์แก้ปัญหานี้ด้วยการเปิดที่ให้ผู้ถือหุ้นขายชิ้นส่วนของตัวเองต่อให้คนอื่นได้ทุกวันทำการ

💡 ตลาดแรกกับตลาดรอง — จุดที่คนเข้าใจผิดมากที่สุด เงินจากการขายหุ้นเข้าบริษัทเฉพาะตอนที่บริษัทออกหุ้นใหม่ขาย (ตอน IPO หรือเพิ่มทุน) นั่นคือ ตลาดแรก ส่วนการซื้อขายในกระดานที่เราทำกันทุกวันคือ ตลาดรอง คือการซื้อจากนักลงทุนคนอื่น เงินไหลจากกระเป๋าเราไปกระเป๋าเขา ไม่มีบาทเดียวเข้าบริษัท เวลาเราบอกว่า "เอาเงินไปลงทุนใน CPALL" ที่จริงคือเราไปรับช่วงความเป็นเจ้าของต่อจากคนที่อยากออก

1.3 ปริศนาที่ต้องค้างไว้ก่อน

ถ้าหุ้นคือเศษเสี้ยวของกิจการ ลองสังเกตเรื่องแปลกข้อหนึ่ง: ในหนึ่งวันทำการ เซเว่นก็ยังขายของเท่าเดิม สนามบินก็ยังรับผู้โดยสารเท่าเดิม ไม่มีอะไรในเครื่องจักรของกิจการเปลี่ยนอย่างมีนัยสำคัญเลย แต่ราคาหุ้นวิ่งขึ้นลงทั้งวัน บางวันเหวี่ยงหลายเปอร์เซ็นต์

แปลว่าตัวเลขที่วิ่งอยู่นั้นไม่ได้วัดกิจการ มันวัดอย่างอื่น แล้วมันวัดอะไร และใครเป็นคนตั้งมัน คำตอบอยู่ในบทถัดไป และเป็นคำตอบที่ทำให้คนส่วนใหญ่ตกใจตอนรู้ครั้งแรก

อ่านแบบเต็มเล่ม