← คู่มือหุ้น — ราคา vs มูลค่า และการอ่านกิจการ
LEVEL 2 · อ่านงบสามใบ
งบกระแสเงินสด — เครื่องจับเท็จของสองงบแรก
ปริศนาจากบทที่ 6 ยังค้างอยู่: บริษัทที่มีกำไรร้อยล้านแต่จ่ายเงินเดือนไม่ไหว เป็นไปได้ยังไง งบใบที่สามมีไว้ตอบข้อนี้โดยเฉพาะ และมันเป็นงบที่มือใหม่ข้ามบ่อยที่สุดทั้งที่หลายคนที่ทำงานกับตัวเลขเป็นอาชีพเปิดใบนี้ก่อนใบอื่น
เหตุผลตรงไปตรงมา งบสองใบแรกเต็มไปด้วยดุลยพินิจ ตั้งแต่จังหวะรับรู้รายได้ ไปจนถึงอายุการใช้งานของสินทรัพย์ที่ใช้คิดค่าเสื่อม แต่ เงินสดที่เข้าออกบัญชีธนาคารจริงเถียงยากกว่ามาก
8.1 สามก๊อกน้ำ
งบกระแสเงินสดแยกเงินเข้าออกทั้งปีเป็นสามก๊อก ตามที่มาของเงิน ไม่ใช่ตามจำนวน
กำไรสุทธิ แล้วปรับกลับทุกอย่างที่ไม่ใช่เงินสด (บวกค่าเสื่อม หักลูกหนี้ที่เพิ่ม) · ทิศทางของสามก๊อกเล่าลายเซ็นได้ก่อนอ่านตัวเลข แต่มันคือ ชุดคำถามว่าควรไปขุดต่อตรงไหน ไม่ใช่ป้ายตัดสิน- ก๊อกที่ 1 กิจกรรมดำเนินงาน เงินที่ธุรกิจหลักหาได้เอง เก็บจากลูกค้าแล้วจ่ายซัพพลายเออร์ พนักงาน ภาษี เหลือเท่าไร ก๊อกนี้คือเสียงของเครื่องจักรจากบทที่ 3 โดยตรง
- ก๊อกที่ 2 กิจกรรมลงทุน เงินที่ใช้ซื้อหรือได้จากการขายของที่ใช้ทำมาหากิน สร้างสาขาใหม่ ซื้อเครื่องจักร ซื้อกิจการ ปกติเป็นตัวเลขติดลบในกิจการที่ยังขยายตัว
- ก๊อกที่ 3 กิจกรรมจัดหาเงิน เงินที่มาจากหรือคืนให้ผู้ให้ทุน กู้เพิ่ม คืนหนี้ ออกหุ้นใหม่ จ่ายปันผล
จุดสำคัญที่ทำให้ใบนี้มีพลังคือ ก๊อกแรกเริ่มจากกำไรสุทธิ แล้วปรับกลับทุกอย่างที่ไม่ใช่เงินสด ค่าเสื่อมราคาที่ถูกหักไปในงบกำไรขาดทุนทั้งที่ไม่มีเงินไหลออก จะถูกบวกกลับตรงนี้ ส่วนลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้นซึ่งแปลว่าขายได้แต่ยังไม่เก็บเงิน จะถูกหักออก งบใบนี้จึงเป็นการแปลภาษาบัญชีกลับเป็นภาษาลิ้นชักอย่างเป็นระบบ
8.2 อ่านลายเซ็นจากทิศทางของสามก๊อก
ทิศทางบวกลบของสามก๊อกรวมกันเล่าเรื่องได้ทันทีก่อนอ่านตัวเลขสักตัว
| ดำเนินงาน | ลงทุน | จัดหาเงิน | ภาพที่มักจะเป็น |
|---|---|---|---|
| บวก | ลบ | ลบ | เครื่องหาเงินได้เอง เอาไปลงทุนต่อและคืนให้ผู้ให้ทุน |
| บวก | ลบมาก | บวก | เครื่องหาเงินได้ แต่กำลังขยายเร็วกว่าที่หาได้ จึงระดมเพิ่ม |
| ลบ | ลบ | บวก | เครื่องยังหาเงินเองไม่ได้ อยู่ได้ด้วยเงินคนอื่น |
แถวสุดท้ายต้องอ่านด้วยความระวังเป็นพิเศษ ถ้าเป็นบริษัทที่เพิ่งเริ่มและกำลังสร้างของ มันคือภาพปกติที่อธิบายได้ ถ้าเป็นบริษัทที่ทำธุรกิจเดิมมาสิบปีแล้วยังเป็นแบบนี้ทุกปี นั่นคือคำถามที่ต้องหาคำตอบ
ย้ำให้ชัด ตารางนี้ไม่ใช่ป้ายตัดสิน มันคือชุดคำถามที่ทำให้รู้ว่าควรไปขุดต่อตรงไหน ไม่มีบรรทัดไหนในตารางนี้แปลว่าน่าซื้อหรือน่าขาย
8.3 ไขปริศนา: กำไรร้อยล้าน ลิ้นชักว่างเปล่า
ทีนี้ประกอบภาพได้แล้ว บริษัทที่โตเร็วและขายเป็นเครดิต จะมีหน้าตาแบบนี้
- งบกำไรขาดทุนสวยมาก เพราะรายได้บันทึกตั้งแต่วันส่งของ
- ลูกหนี้การค้าในงบดุลพองขึ้นเรื่อย ๆ เพราะเงินยังไม่เข้า
- สินค้าคงเหลือพองขึ้นด้วย เพราะต้องตุนของไว้รองรับยอดขายที่โต
- ก๊อกดำเนินงานติดลบ เพราะเงินจริงไหลออกไปเป็นของและเครดิตให้ลูกค้า มากกว่าที่เก็บกลับมาได้
บริษัทแบบนี้ "กำไร" ทุกไตรมาสจนถึงวันที่จ่ายเงินเดือนไม่ไหวแล้วปิดกิจการ ปรากฏการณ์นี้มีชื่อในวงการว่าโตจนตาย และมันเป็นเหตุผลที่คนอ่านงบเป็นจะดูก๊อกแรกก่อนดูบรรทัดกำไรสุทธิ
ในทางกลับกัน เครื่องจักรอย่างร้านสะดวกซื้อมีคุณสมบัติที่ตรงข้ามโดยธรรมชาติ คือเก็บเงินจากลูกค้าทันทีที่หน้าเคาน์เตอร์ แต่จ่ายซัพพลายเออร์ตามเครดิตทีหลัง เงินสดจึงอยู่ในมือบริษัทก่อนที่จะต้องจ่ายออก
ลองพิสูจน์ด้วยตาเอง: เปิดงบกระแสเงินสดของ CPALL แล้วเทียบตัวเลข "เงินสดสุทธิได้มาจากกิจกรรมดำเนินงาน" กับ "กำไรสุทธิ" ในปีเดียวกัน จากนั้นทำแบบเดียวกันกับ AOT ซึ่งมีค่าเสื่อมราคาก้อนใหญ่ถูกบวกกลับ คุณจะเห็นว่าทำไมกิจการสองแบบนี้มีระยะห่างระหว่างกำไรกับเงินสดไม่เท่ากันเลย
8.4 ข้อควรระวังที่ต้องพูดตั้งแต่ตอนนี้
งบกระแสเงินสดเถียงยากกว่าสองใบแรก แต่ ไม่ได้แปลว่าโกงไม่ได้ ตัวก๊อกทั้งสามถูกจัดกลุ่มด้วยดุลยพินิจเหมือนกัน เงินก้อนเดียวอาจถูกจัดว่าเป็นรายจ่ายลงทุนหรือรายจ่ายดำเนินงานก็ได้ในบางกรณี และการเลือกนั้นเปลี่ยนหน้าตาของก๊อกแรกทันที บทที่ 12 จะพาไปดูของจริงที่ใช้ช่องนี้ในระดับที่เปลี่ยนประวัติศาสตร์ตลาดทุน
หลักที่ใช้ได้เสมอคือ อ่านสามใบคู่กันเสมอ ไม่มีใบไหนบอกความจริงทั้งหมดได้ลำพัง และบทถัดไปจะแสดงให้เห็นว่าทำไม เพราะมันคือใบเดียวกันมองจากสามมุม