Skip to content
Tayakorn
Bitcoin Handbook

Bitcoin Handbook

LEVEL 3 · หลักคิดเบื้องหลังดีไซน์

นโยบายการเงินที่เขียนเป็นโค้ด

ย้อนกลับไปที่แผลใหญ่จากบทที่ 2: เจ้าของสมุดเขียนเงินใหม่ได้ตามดุลยพินิจ คำตอบของ bitcoin ต่อเรื่องนี้ไม่ใช่ "หาคนถือปากกาที่ดีกว่า" แต่คือ ยึดปากกาไปจากมือมนุษย์ทั้งสายพันธุ์ แล้วเขียนนโยบายการเงินทั้งฉบับตายตัวลงในกติกาของระบบ

11.1 ตารางเกิดของเหรียญ ประกาศล่วงหน้าถึงปี 2140

จากบทที่ 7 คุณรู้แล้วว่าเหรียญใหม่เกิดได้ประตูเดียว: รางวัลของ miner ต่อหน้า และกติกากำหนดตารางรางวัลไว้ล่วงหน้าทั้งหมด: เริ่มที่ 50 เหรียญต่อหน้าในปี 2009 แล้ว ลดลงครึ่งหนึ่งทุก ๆ 210,000 หน้า (ราวสี่ปี · วงการเรียกเหตุการณ์นี้ว่า halving): เหลือ 25 ในปี 2012 → 12.5 ในปี 2016 → 6.25 ในปี 2020 → 3.125 ในปี 2024 → ลดต่อไปเรื่อย ๆ จนเศษสุดท้ายราวปี 2140 ผลรวมทั้งหมดจะเข้าใกล้แต่ไม่เกิน 21 ล้านเหรียญ — ตลอดกาล

ที่เหนือกว่าคำสัญญาไหน ๆ คือมัน ตรวจนับได้เอง: ทุก node (บทที่ 8) ไล่บวกทุกบรรทัดของสมุดตั้งแต่หน้าแรกแล้วยืนยันจำนวนเหรียญทั้งระบบได้ทุกวินาที ไม่ต้องเชื่อรายงานประจำปีของใคร — เทียบกับปริมาณเงินของสกุลปกติที่คนทั่วไปรู้ได้แค่ที่ทางการรายงาน

11.2 "แข็ง" เพราะเปลี่ยนยาก ไม่ใช่เพราะศักดิ์สิทธิ์

เพดาน 21 ล้านไม่ใช่กฎฟิสิกส์ มันคือบรรทัดหนึ่งในซอฟต์แวร์ที่แก้ได้เสมอในทางเทคนิค สิ่งที่ทำให้มันแข็ง: การแก้ต้องให้ node หลายหมื่นเครื่องทั่วโลก สมัครใจ อัปเดตตามพร้อมกัน — และเจ้าของ node แต่ละคนถือเงินที่จะด้อยค่าลงทันทีถ้าเพดานถูกเจาะ กติกาจึงถูกล็อกด้วยผลประโยชน์ของคนบังคับใช้เอง ใครจะ "สั่งแก้" ต้องชนะใจคนแปลกหน้าทั้งโลกที่เสียประโยชน์จากการแก้ (บทที่ 13 มีเรื่องเล่าว่าเกิดอะไรขึ้นเมื่อมีคนพยายามจริง ๆ)

11.3 ราคาของนโยบายที่ไม่มีวันขยับ — ด้านที่สายเชียร์ไม่ค่อยเล่า

ความซื่อตรงบังคับให้เล่มนี้พูดอีกด้านให้ครบ เพราะทุกอย่างที่ได้มาในหัวข้อก่อนหน้า จ่ายด้วยของจริงทั้งหมด:

  • ไม่มีคันโยกยามวิกฤต — บทที่ 2 บอกไว้ว่าความยืดหยุ่นของปริมาณเงินคือเครื่องมือพยุงเศรษฐกิจตกต่ำ ระบบเงินฝืดแข็งทื่อรับมือวิกฤตแบบนั้นไม่ได้เลย นักเศรษฐศาสตร์กระแสหลักส่วนใหญ่มองข้อนี้เป็นจุดตายของการใช้ bitcoin เป็นเงินหลักของประเทศ
  • แรงกดดันเงินฝืดในตัว — ถ้าเศรษฐกิจโตแต่ปริมาณเงินไม่โตตาม ราคาสินค้าเทียบเงินมีแนวโน้มลด ฟังดูดีจนนึกถึงอีกด้าน: คนยิ่งอยากกอดเงินรอ ยิ่งไม่จับจ่าย เศรษฐศาสตร์กระแสหลักถือว่าวงจรนี้อันตรายกว่าเงินเฟ้ออ่อน ๆ เสียอีก
  • ความผันผวนคือผลของกลไก ไม่ใช่อาการชั่วคราว — เมื่อฝั่ง supply ตายตัวสนิท แรงแกว่งทั้งหมดของ demand จึงไปออกที่ราคาเต็ม ๆ ราคาที่เหวี่ยงแรงไม่ใช่ความบังเอิญของตลาดที่ "เดี๋ยวก็นิ่ง" แต่เป็นสิ่งที่ดีไซน์นี้เลือกแลกมาโดยโครงสร้าง

มองให้ถึงแก่น สองระบบนี้คือการเดิมพันคนละข้าง: ระบบธนาคารกลางเดิมพันว่า ดุลยพินิจของมนุษย์ที่ปรับตามสถานการณ์ได้ สุทธิแล้วดีกว่าโทษของมัน ส่วน bitcoin เดิมพันว่า กติกาตายตัวที่ไม่มีใครบิดได้ สุทธิแล้วดีกว่าดุลยพินิจ ทั้งสองฝั่งมีหลักฐานประวัติศาสตร์เข้าข้างตัวเองคนละชุด — และคำตัดสินสุดท้ายยังไม่ออก มันกำลังถูกทดลองอยู่ตรงหน้าเราทุกวัน

Read the full book