← คู่มือหุ้น — ราคา vs มูลค่า และการอ่านกิจการ
LEVEL 2 · อ่านงบสามใบ
ตามเงินหนึ่งออเดอร์ผ่านสามงบ
บทนี้ไม่มีของใหม่แม้แต่ชิ้นเดียว มีแต่ของที่คุณรู้แล้วทั้งหมด มาเรียงเป็นเรื่องเดียว เป้าหมายคือทำให้เห็นด้วยตาว่างบสามใบไม่ใช่เอกสารสามฉบับที่ไม่เกี่ยวกัน แต่เป็น กล้องสามตัวถ่ายเหตุการณ์เดียวกันจากคนละมุม ขยับเหตุการณ์เดียว ทั้งสามใบขยับพร้อมกันเสมอ
ตัวเลขในบทนี้เป็น ตัวอย่างสมมติที่ตั้งให้กลม ๆ เพื่อให้เห็นกลไก ไม่ใช่ตัวเลขของบริษัทใด
9.1 ฉากที่ 1 — วันที่ส่งของ
บริษัทขายอุปกรณ์ให้ลูกค้าองค์กรหนึ่งราย มูลค่า 1,000,000 บาท ให้เครดิต 60 วัน ของที่ส่งไปเป็นของที่ซื้อมาเก็บสต็อกไว้ก่อนหน้านี้แล้ว ต้นทุน 600,000 บาท
งบกำไรขาดทุน ขยับสามบรรทัดทันทีในวันส่งของ
รายได้ +1,000,000
ต้นทุนขาย −600,000
กำไรขั้นต้น = 400,000 ← กำไรเกิดแล้ว ทั้งที่ยังไม่เห็นเงินงบดุล ขยับสามบรรทัดเช่นกัน และยังสมดุลเป๊ะ
ฝั่งสินทรัพย์: ลูกหนี้การค้า +1,000,000 ← สิทธิ์ที่จะได้เงินใน 60 วัน
สินค้าคงเหลือ −600,000 ← ของออกจากคลังไปแล้ว
รวมสินทรัพย์ +400,000
ฝั่งขวา: กำไรสะสม +400,000 ← กำไรวิ่งเข้าส่วนของผู้ถือหุ้นงบกระแสเงินสด นี่คือช่องที่ทำให้ทุกอย่างกระจ่าง
กำไรสุทธิ 400,000
หัก ลูกหนี้การค้าที่เพิ่มขึ้น −1,000,000 ← ขายได้แต่ยังไม่เก็บเงิน
บวก สินค้าคงเหลือที่ลดลง +600,000 ← ของที่จ่ายเงินไปแล้วรอบก่อน
= เงินสดจากการดำเนินงาน 0หยุดดูตรงนี้ให้ดี บริษัทเพิ่งทำกำไร 400,000 บาท และได้เงินสดเพิ่มขึ้น 0 บาท นี่คือปริศนาบทที่ 6 และคำตอบบทที่ 8 ยืนอยู่ในหน้าเดียวกัน
400,000 แต่เงินสดเพิ่ม 0 · ตัวเลขในภาพเป็นตัวอย่างสมมติที่ตั้งให้กลม ๆ ไม่ใช่ของบริษัทใด9.2 ฉากที่ 2 — วันที่ 60 เงินเข้า
ลูกค้าโอนเงินมาครบ 1,000,000 บาท คราวนี้ดูให้ดีว่าใบไหนขยับบ้าง
งบกำไรขาดทุน: ไม่ขยับเลยแม้แต่บรรทัดเดียว ← รายได้บันทึกไปตั้งแต่วันส่งของแล้ว
งบดุล: เงินสด +1,000,000
ลูกหนี้การค้า −1,000,000 ← สลับร่างจากสิทธิ์เป็นเงินจริง
ยอดรวม ไม่เปลี่ยน
งบกระแสเงินสด: เงินสดจากการดำเนินงาน +1,000,000วันที่เงินเข้าจริง งบกำไรขาดทุนเงียบสนิท ส่วนวันที่กำไรเกิด เงินสดเงียบสนิท สองใบนี้เล่าเหตุการณ์เดียวกันคนละวัน และถ้าดูใบใดใบหนึ่งอย่างเดียวตลอด คุณจะพลาดครึ่งหนึ่งของเรื่องเสมอ
9.3 สิ่งที่ตัวอย่างนี้สอนได้เกินกว่าตัวเลข
ลองขยายภาพออกไป ถ้าบริษัทนี้ขายแบบนี้เดือนละสิบดีล และแต่ละดีลรอเงิน 60 วัน แปลว่าตลอดเวลาจะมีเงินราวสองเดือนของยอดขายลอยอยู่ในมือลูกค้าเสมอ ยิ่งขายดีขึ้น ก้อนที่ลอยอยู่ยิ่งใหญ่ขึ้น และบริษัทต้องหาเงินจากที่อื่นมาอุดช่องนั้นตลอดเวลา จะกู้ก็ได้ จะเพิ่มทุนก็ได้ ทั้งสองทางมีราคาตามบทที่ 7
นี่คือเหตุผลที่คนอ่านงบเป็นไม่เคยดูแค่ว่ากำไรโตกี่เปอร์เซ็นต์ แต่ดูว่า กำไรที่โตขึ้นนั้นกลายเป็นเงินสดในอัตราเดียวกันหรือเปล่า ถ้าสองเส้นนี้แยกจากกันนานหลายปีติดกัน มันมีคำอธิบายเสมอ และหน้าที่ของเราคือไปหาคำอธิบายนั้นให้เจอ ไม่ใช่เดาเอง
9.4 ลองพิสูจน์ด้วยตาเอง — เปิดของจริงหนึ่งเล่ม
ถึงตรงนี้คุณมีเครื่องมือครบพอจะเปิดเอกสารตัวจริงแล้ว ทำตามนี้หนึ่งรอบ ใช้เวลาไม่เกินยี่สิบนาที
- เข้า
set.or.thค้นชื่อย่อหุ้นที่อยากดู เช่น CPALL, OR หรือ AOT แล้วเข้าไปที่หน้าข้อมูลของบริษัท หรือเข้าเว็บนักลงทุนสัมพันธ์ของบริษัทโดยตรง - ดาวน์โหลด 56-1 One Report ของปีล่าสุด แล้วเปิดไปที่ส่วนงบการเงิน
- หา งบกำไรขาดทุน ไล่จากบรรทัดรายได้ลงมาถึงกำไรสุทธิ ตามน้ำตกในหัวข้อ 6.1
- หา งบแสดงฐานะการเงิน เช็กว่าสินทรัพย์รวมเท่ากับหนี้สินรวมบวกส่วนของผู้ถือหุ้นจริงไหม (มันต้องเท่าเสมอ ถ้าไม่เท่าแปลว่าคุณอ่านผิดคอลัมน์)
- หา งบกระแสเงินสด ดูบรรทัดบนสุดว่าเริ่มจากกำไรก่อนภาษีหรือกำไรสุทธิ แล้วไล่ดูรายการที่ถูกบวกกลับ ค่าเสื่อมราคาจะอยู่ในนั้นเสมอ
- อ่าน หมายเหตุประกอบงบการเงิน ของบรรทัดที่ใหญ่ที่สุดสักบรรทัด นี่คือที่ที่รายละเอียดจริงถูกเก็บไว้ และคนส่วนใหญ่ไม่เคยเปิด
ทำครบหกข้อแล้วให้เครดิตตัวเองหน่อย เอกสารที่คุณเพิ่งอ่านคือเอกสารชุดเดียวกับที่นักวิเคราะห์ กรรมการบริษัท และผู้สอบบัญชีใช้ทำงานจริง ไม่มีเวอร์ชันลับที่ดีกว่านี้สำหรับคนวงใน