Skip to content
Tayakorn

คู่มือหุ้น — ราคา vs มูลค่า และการอ่านกิจการ

LEVEL 4 · ชั้นเชิงขั้นสูงและภาพใหญ่

เมื่อตัวเลขถูกแต่งหน้า

ตลอดหกบทที่ผ่านมา เราปฏิบัติกับตัวเลขในงบเหมือนเป็นข้อเท็จจริง ถึงเวลารื้อสมมติฐานข้อนั้นแล้ว

ความเข้าใจผิดที่ต้องรื้อคือ "บัญชีคือการนับ" บัญชีไม่ใช่การนับ บัญชีคือการเลือก ภายใต้มาตรฐานเดียวกันและถูกกฎหมายเท่ากัน คนสองคนบันทึกเหตุการณ์เดียวกันให้ออกมาคนละหน้าตาได้ และช่องว่างนั้นมีอยู่โดยจำเป็น เพราะการสรุปกิจการที่ยังเดินอยู่ให้เป็นตัวเลข ณ วันสิ้นงวด ต้องใช้การประมาณการเสมอ

12.1 ดุลยพินิจซ่อนอยู่ตรงไหนบ้าง

จุดที่ต้องตัดสินใจ และแต่ละการตัดสินใจขยับกำไรได้จริง

  • อายุการใช้งานของสินทรัพย์ ตัดค่าเสื่อมสิบปีหรือยี่สิบปี เปลี่ยนค่าใช้จ่ายต่อปีเป็นเท่าตัวได้ทันที
  • จังหวะรับรู้รายได้ งานที่กินเวลาสามปี รับรู้รายได้ตอนไหน ตามความคืบหน้าหรือตอนส่งมอบ
  • ค่าเผื่อหนี้สงสัยจะสูญ ประเมินว่าลูกหนี้กี่เปอร์เซ็นต์จะเก็บไม่ได้ ตั้งน้อยไปกำไรสวยวันนี้ แล้วไปเจ็บวันหลัง
  • รายการที่เรียกว่าเกิดครั้งเดียว ถ้ามันโผล่มาทุกปีติดกันห้าปี มันไม่ใช่รายการครั้งเดียวอีกต่อไป

ทั้งสี่ข้อนี้อยู่ในโซนถูกกฎหมายทั้งหมด สิ่งที่แยกการใช้ดุลยพินิจตามปกติออกจากการฉ้อฉล คือเจตนาและระดับ ซึ่งเป็นเรื่องที่ศาลตัดสิน ไม่ใช่เรื่องที่คนอ่านงบตัดสิน หน้าที่ของเราคือรู้ว่าช่องพวกนี้มีอยู่ตรงไหน

12.2 WorldCom — ย้ายค่าใช้จ่ายไปเป็นสินทรัพย์

กรณีศึกษาที่สอนกลไกของบทที่ 6 ถึง 8 ได้ครบที่สุดในประวัติศาสตร์ เกิดขึ้นในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2002 บริษัทโทรคมนาคมยักษ์ชื่อ WorldCom ล้มลงหลังพบว่าตัวเลขในงบถูกบิดด้วยวิธีที่เรียบง่ายจนน่าตกใจ

บริษัทมีค่าใช้จ่ายประจำก้อนใหญ่มาก คือค่าเช่าใช้โครงข่ายจากผู้ให้บริการรายอื่น ค่าใช้จ่ายแบบนี้ต้องลงงบกำไรขาดทุนในงวดที่เกิด แต่บริษัทกลับบันทึกมันเป็น รายจ่ายลงทุน คือย้ายไปนั่งอยู่ฝั่งสินทรัพย์ในงบดุลแทน

ย้ายค่าใช้จ่ายไปเป็นสินทรัพย์ — กลไก WorldComค่าใช้จ่ายประจำค่าเช่าใช้โครงข่ายทางที่ถูก — ลงค่าใช้จ่ายกำไรงวดนี้ลดลงตามจริงทางที่ถูกบิด — ลงสินทรัพย์ย้ายไปนั่งฝั่งซ้ายของงบดุลงบกำไรขาดทุนค่าใช้จ่ายหายไป กำไรพุ่งงบดุลสินทรัพย์พองขึ้น ดูใหญ่ขึ้นงบกระแสเงินสดก๊อกดำเนินงานดูดีขึ้นด้วยของที่ซุกไปเป็นสินทรัพย์ ต้องกลับมาเป็นค่าเสื่อมในปีถัด ๆ ไปเสมอการบิดตัวเลขจึงเป็นหนี้ที่ทบต้น ไม่ใช่ปัญหาที่หายไปเอง
FIG 12.1 ค่าใช้จ่ายที่ควรลงงวดนี้ ถูกย้ายไปนั่งฝั่งสินทรัพย์ → ทั้งสามงบสวยขึ้นพร้อมกัน รวมถึงก๊อกดำเนินงานที่คนมักใช้เป็นตัวตรวจสอบ · งบกระแสเงินสดจึงไม่ใช่เครื่องจับเท็จที่สมบูรณ์ · แต่ของที่ซุกต้องกลับมาเป็น ค่าเสื่อมราคา ในปีถัด ๆ ไปเสมอ

ผลที่เกิดขึ้นทันทีในสามงบพร้อมกัน

งบกำไรขาดทุน:  ค่าใช้จ่ายหายไป      → กำไรพุ่งขึ้นทันที
งบดุล:          สินทรัพย์พองขึ้น     → บริษัทดูใหญ่และแข็งแรงขึ้น
งบกระแสเงินสด:  เงินก้อนเดิมย้ายจากก๊อกดำเนินงานไปก๊อกลงทุน
                → เงินสดจากการดำเนินงานดูดีขึ้นด้วย

บรรทัดสุดท้ายคือส่วนที่ต้องพูดให้ตรงและเจ็บ: งบกระแสเงินสดไม่ใช่เครื่องจับเท็จที่สมบูรณ์ ในบทที่ 8 เราบอกว่ามันเถียงยากกว่าสองใบแรก ซึ่งจริง แต่การจัดกลุ่มระหว่างสามก๊อกก็ยังเป็นดุลยพินิจ และกรณีนี้ใช้ประโยชน์จากช่องนั้นเต็ม ๆ จนตัวเลขที่คนมักดูเป็นตัวตรวจสอบ กลับสวยขึ้นไปพร้อมกับกำไร

แล้วอะไรที่ยังโป๊ะ กลไกจากบทที่ 6 ทำงานเอง เพราะของที่ถูกย้ายไปเป็นสินทรัพย์ต้องถูกตัดค่าเสื่อมกลับมาเป็นค่าใช้จ่ายในปีถัด ๆ ไปเสมอ ยิ่งซุกมาก ยิ่งต้องซุกเพิ่มในปีหน้าเพื่อกลบของปีนี้ การบิดตัวเลขแบบนี้จึงเป็นหนี้ที่ทบต้น ไม่ใช่ปัญหาที่หายไปเอง

12.3 Enron — ย้ายหนี้ออกไปนอกงบ

อีกกรณีที่เกิดก่อนหน้านั้นไม่นาน บริษัทพลังงาน Enron ล้มละลายเมื่อธันวาคม 2001 กลไกหลักต่างจาก WorldCom คนละแบบ

แทนที่จะย้ายค่าใช้จ่ายไปเป็นสินทรัพย์ Enron ย้าย หนี้และสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยง ออกไปไว้ในนิติบุคคลอีกชุดหนึ่งที่ไม่ต้องนำมารวมในงบการเงินที่นักลงทุนเห็น งบดุลที่เปิดเผยต่อสาธารณะจึงไม่ได้แสดงภาระที่กลุ่มบริษัทแบกอยู่จริง ประกอบกับการรับรู้กำไรจากการประเมินมูลค่าอนาคตของสัญญาระยะยาว ซึ่งเปลี่ยนสมมติฐานนิดเดียวก็เปลี่ยนกำไรได้มาก

บทเรียนเชิงกลไกที่ใช้ได้จนวันนี้คือ ตัวเลขที่อันตรายที่สุดไม่ใช่ตัวเลขที่ผิด แต่คือตัวเลขที่ไม่อยู่ในหน้าที่คุณกำลังอ่าน และที่ที่ของพวกนี้ถูกเปิดเผยคือหมายเหตุประกอบงบการเงิน ซึ่งเป็นส่วนที่ยาวที่สุดและมีคนอ่านน้อยที่สุดของทั้งเล่ม

เหตุการณ์ทั้งสองรายนำไปสู่การออกกฎหมาย Sarbanes-Oxley ในสหรัฐอเมริกาเมื่อปี 2002 ซึ่งเพิ่มความรับผิดของผู้บริหารต่อความถูกต้องของงบและยกเครื่องระบบกำกับผู้สอบบัญชี

12.4 สัญญาณที่อ่านเองได้ — และคำเตือนที่ต้องมาคู่กัน

จากกลไกทั้งหมดในเล่ม มีรูปแบบไม่กี่อย่างที่คุณตรวจเองได้จากงบสาธารณะ

  • กำไรโตต่อเนื่องหลายปี แต่เงินสดจากการดำเนินงานไม่โตตาม
  • ลูกหนี้การค้าหรือสินค้าคงเหลือโตเร็วกว่ารายได้อย่างชัดเจนและต่อเนื่อง
  • รายการพิเศษที่พิเศษทุกปี
  • หมายเหตุประกอบงบที่ยาวขึ้นเรื่อย ๆ ตรงหัวข้อเดิม
  • การเปลี่ยนวิธีบัญชีหรือเปลี่ยนผู้สอบบัญชีในจังหวะที่ตัวเลขกำลังจะแย่

คำเตือนที่ต้องมาคู่กันเสมอ สัญญาณพวกนี้ส่วนใหญ่มีคำอธิบายที่ไม่ใช่การโกงเลย บริษัทที่เร่งขยายสาขาย่อมมีสินค้าคงเหลือพุ่ง บริษัทที่เพิ่งได้ลูกค้าองค์กรรายใหญ่ย่อมมีลูกหนี้พุ่ง ธุรกิจตามฤดูกาลย่อมมีตัวเลขเหวี่ยง สัญญาณเหล่านี้คือ คำถามที่ต้องไปหาคำตอบ ไม่ใช่ข้อกล่าวหา และเส้นแบ่งนี้สำคัญทั้งในทางความคิดและในทางกฎหมาย

ด้วยเหตุผลเดียวกัน เล่มนี้จึงเลือกสอนกลไกด้วยกรณีศึกษาต่างประเทศที่จบไปนานแล้วและผ่านกระบวนการทางกฎหมายจนสิ้นสุด ใครอยากดูกรณีในประเทศไทย ให้ดูจากข้อมูลการดำเนินการที่สำนักงาน ก.ล.ต. เผยแพร่เอง ซึ่งเป็นแหล่งที่ถูกต้องที่สุดและปลอดภัยที่สุดสำหรับทุกฝ่าย

Read the full book