Skip to content
Tayakorn

คู่มือหุ้น — ราคา vs มูลค่า และการอ่านกิจการ

LEVEL 1 · อ่านกิจการ

กำไรเรียกคู่แข่งเสมอ — แล้วอะไรปกป้องมัน

บทที่แล้วจบด้วยเครื่องจักรสามเครื่องที่ทำเงินได้ บทนี้ถามคำถามที่โหดกว่า: แล้วมันจะทำเงินได้อีกนานแค่ไหน เพราะกลไกที่ทรงพลังที่สุดในโลกธุรกิจกำลังเดินเข้ามาหาทุกกิจการที่ทำกำไรดี ตลอดเวลา

5.1 แรงบีบที่ไม่เคยหยุด

ร้านชานมไข่มุกร้านแรกในซอยขายดีจนคิวยาว เดือนถัดมามีร้านที่สอง ปีถัดมามีหกร้านในซอยเดียวกัน สุดท้ายทุกร้านลดราคาแข่งกันจนกำไรต่อแก้วเหลือนิดเดียว

เรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญของซอยนั้น มันคือกลไกพื้นฐาน: กำไรที่สูงผิดปกติคือสัญญาณที่ดังที่สุดที่บอกให้คนอื่นเข้ามาแข่ง ใครเห็นก็อยากได้ ทุนไหลเข้า อุปทานเพิ่ม ราคาถูกบีบ กำไรถูกดันกลับลงมาหาระดับปกติ

วงจรที่เกิดกับกำไรงาม ๆ ทุกก้อนกำไรสูงผิดปกติสัญญาณที่ดังที่สุดคู่แข่งเห็นทุนไหลเข้าอุปทานเพิ่มราคาถูกแข่งมาร์จิ้นถูกบีบกลับสู่ระดับปกติกำไรของกิจการส่วนใหญ่มีอายุ ไม่ใช่สมบัติถาวรคำถามที่ถูกคือ อะไรกันคู่แข่งไม่ให้เอาไปอะไรต้านแรงบีบได้1ต้นทุนของการเปลี่ยนใจ2เครือข่ายยิ่งใหญ่ยิ่งมีค่า3ขนาดที่กดต้นทุนต่อหน่วย4แบรนด์ที่ทำให้ยอมจ่ายแพงกว่า5สิทธิตามกฎหมาย หรือสัมปทานกำแพงจากรัฐมาพร้อมการกำกับราคาเสมอกำแพงทุกแบบผุได้ ต้องมีวันหมดอายุในใจ
FIG 5.1 กำไรสูงคือสัญญาณที่ดังที่สุดที่เรียกทุนเข้ามาแข่ง วงจรนี้จึงบีบมาร์จิ้น กลับสู่ระดับปกติเสมอ · ห้าอย่างที่ต้านแรงบีบได้ทุกตัวมี หลักฐานให้หา ไม่ใช่แค่คำอ้างในสไลด์ · กำแพงจากรัฐมาพร้อมการกำกับราคา และกำแพงทุกแบบผุได้

ผลลัพธ์เชิงกลไกคือ กำไรสูงของกิจการส่วนใหญ่มีอายุ ไม่ใช่สมบัติถาวร คำถามที่ต้องถามเวลาเห็นตัวเลขกำไรสวย ๆ จึงไม่ใช่ "สวยแค่ไหน" แต่คือ "อะไรกันคู่แข่งไม่ให้เดินเข้ามาเอาไปได้"

5.2 สิ่งที่ต้านแรงบีบได้ และหลักฐานที่ต้องหา

มีเงื่อนไขไม่กี่แบบที่ทำให้กิจการต้านแรงบีบได้นานกว่าปกติ แต่ละแบบมีกลไกของตัวเองและมีหลักฐานที่หาได้จริง ไม่ใช่แค่คำอ้างในสไลด์นักลงทุนสัมพันธ์

  • ต้นทุนของการเปลี่ยนใจ ถ้าย้ายไปเจ้าอื่นแล้วลูกค้าต้องเสียเวลา เสียข้อมูล หรือเรียนรู้ใหม่ ลูกค้าก็ไม่ย้ายทั้งที่มีของถูกกว่า หลักฐานที่หาได้: อัตราการอยู่ต่อของลูกค้า สัญญาระยะยาว
  • เครือข่ายที่ยิ่งใหญ่ยิ่งมีค่า ของบางอย่างมีประโยชน์มากขึ้นเมื่อคนใช้เยอะขึ้น ทำให้ผู้มาทีหลังตามยาก หลักฐาน: จำนวนผู้ใช้สองฝั่งของแพลตฟอร์มโตพร้อมกันไหม
  • ขนาดที่กดต้นทุนต่อหน่วย ซื้อทีละมากทำให้ต้นทุนต่อชิ้นต่ำกว่าคู่แข่งรายเล็ก เครื่องแบบ CPALL อยู่ในกลุ่มนี้ หลักฐาน: อัตรากำไรขั้นต้นเทียบกับคู่แข่งขนาดเล็กในธุรกิจเดียวกัน (อัตรากำไรขั้นต้น = ขายร้อยบาทแล้วเหลือเท่าไรหลังหักเฉพาะต้นทุนของที่ขายออกไป ยังไม่หักค่าเช่า เงินเดือน หรือดอกเบี้ย · หัวข้อ 6.1 จะวางมันไว้ในน้ำตกให้เห็นตำแหน่งชัด ๆ)
  • แบรนด์ที่ทำให้ยอมจ่ายแพงกว่า วัดได้จากการที่ขายแพงกว่าของเทียบเท่าแล้วยังขายได้
  • สิทธิตามกฎหมายหรือสัมปทาน แบบที่แข็งที่สุดและตรงไปตรงมาที่สุด

AOT อยู่ในกลุ่มสุดท้าย การเปิดสนามบินนานาชาติสักแห่งไม่ได้ติดแค่เรื่องเงิน แต่ติดที่ดิน น่านฟ้า และใบอนุญาตซึ่งอยู่ในมือรัฐทั้งหมด กำแพงแบบนี้จึงสูงกว่ากำแพงที่สร้างด้วยทุนมาก แต่ก็ไม่ได้แปลว่าไม่มีสนามบินอื่นอยู่เลย AOT ดูแลอยู่ 6 แห่ง ที่เหลืออีกหลายสิบแห่งอยู่กับกรมท่าอากาศยาน และอู่ตะเภากำลังพัฒนาโดยเอกชนภายใต้โครงการ EEC

และนี่คือจุดที่ต้องถ่วงให้ครบ: กำแพงที่มาจากรัฐก็ผูกกับรัฐด้วย สิ่งเดียวกันที่กันคู่แข่งออก คือสิ่งที่กำหนดว่าคุณจะขึ้นราคาได้แค่ไหน ขยายอะไรได้บ้าง และเมื่อไหร่ กิจการที่ได้รับการคุ้มครองมักถูกกำกับราคาไปพร้อมกัน เครื่องจักรที่ไม่มีคู่แข่งจึงไม่ได้แปลว่ากำไรจะโตอิสระ

5.3 กำแพงผุได้ และเล่มนี้ไม่ได้บอกให้ทำอะไรกับมัน

ประวัติศาสตร์ธุรกิจเต็มไปด้วยกิจการที่เคยมีกำแพงหนามากแล้วกำแพงหายไป เพราะเทคโนโลยีเปลี่ยนวิธีที่ลูกค้าทำสิ่งเดิม เพราะกฎเปลี่ยน หรือเพราะคู่แข่งยอมขาดทุนนานกว่าที่ใครคิดว่าเป็นไปได้ การเจอกิจการที่มีกำแพงวันนี้จึงเป็นข้อสังเกต ไม่ใช่ข้อสรุป และต้องมีวันหมดอายุกำกับในใจเสมอ

ย้ำเส้นของเล่มให้ชัดตรงนี้ครั้งหนึ่ง: บทนี้ไม่ได้บอกว่า "เจอกิจการมีกำแพงแล้วให้ซื้อ" มันบอกว่ากำไรที่คุณกำลังจะไปอ่านในบทที่ 6 มีอายุขัยเสมอ และการรู้ว่าอะไรกำหนดอายุขัยนั้น คือส่วนหนึ่งของการอ่านตัวเลขให้ถูก

Read the full book